Main Menu

Thai Writer Association



สมาคมสมาพันธ์ศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย/facebook

โครงการ"คาราโอเกะเพื่อสาธารณ""Karaoke for Public Project"

สมาพันธ์เรดิโอ วิทยุออนไลน์สร้างสรรค์

Counter

 สถิติวันนี้ 34 คน
 สถิติเมื่อวาน 34 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
590 คน
6941 คน
31525 คน
เริ่มเมื่อ 2015-10-02


Link

"รวมพล้ังสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย ร่วมใจสนับสนุนและส่งเสริมงานสร้างสรรค์ของคนไทย"

สมาคมสมาพันธ์ศิลปวัฒนธรมและวรรณกรรมไทย

คณะผู้จัดตั้งสมาคมฯประกอบด้วยประธานและผู้นำองค์กรจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย ประกอบด้วย

สมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย 
ในพระบรมราชูปถัมภ์ (นายกฯ ร.ต.สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ)
มูลนิธิสถาบันสุนทรภู่ (ประธานฯอนันต์ คู่มณี)
สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (นายกฯวีรวัธน์ เทพโสธร)
สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย (นายกฯ พิมพ์ปฏิภาน พึ่งธรรมจิตต์)
สมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย (นายกฯดรุณี ชื่นสกุล(ไพศาลธนกุล)
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย (นายกฯ เจน สงสมพันธุ์)
สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย (ทองแถม นาถจำนง)
สมาพันธ์องค์กรผู้ใช้งานลิขสิทธิ์ไืทย (เลขาธิการฯพรชัย ศิรินุกูลชร)
สมาพันธ์คาราโอเกะแห่งประเทศไทย (ประธานฯพรชัย ศิรินุกูลชร)


ร.ต.สุเทพ วงศ์กำแหง นายกสมาคมฯ
นายทองแถม นาถจำนง อุปนายกฯ
นายเจน สงสมพันธ์ อุปนายกฯ
นายชยธวัช อติแพทย์ อุปนายกฯ
นายสมพจน์ สิงห์สุวรรณ เลขาธิการฯ
นายอนันต์ คู่มณี เหรัญญิกและประธานฝ่ายอำนวยการ
นางชูใจ เรืองอภิศิริ ผู้ช่วยเหรัญญิก
นายรุ่งโรจน์ ฟาติมา นายทะเบียน
นายทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์(กรรมการที่ปรึกษา)



ข้อบังคับ
สมาคมสมาพันธ์ศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย

หมวดที่ ๑
ความทั่วไป

ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมสมาพันธ์ศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย  มีอักษรย่อว่า  สศว มีชื่อ               ภาษาอังกฤษ Thailand's Association of The Federation of Arts, Cultures Literatures.  
        มีอักษรย่อว่า  TACL

ข้อ ๒.   เครื่องหมายของสมาคมสมาพันธ์นี้คือ

           สมาคมสมาพันธ์ศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย                            
           Thailand’s Association of The Federation of Arts, Cultures Literatures
             
                                                                 

ข้อ ๓.   สำนักงานใหญ่ของสมาคมสมาพันธ์ตั้งอยู่ ณ เลขที่  ๑๑๕ ถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศน์ 
        เขตพระนคร  กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคมสมาพันธ์ เพื่อ

๔.๑ สนับสนุนและส่งเสริมการสร้างสรรค์งานศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย
๔.๒ สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา วิจัย และเผยแพร่ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย
๔.๓ สนับสนุนและส่งเสริมการสร้างสรรค์พัฒนางานศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย  ให้เกิดมูลค่า             และสอดคล้องกับความก้าวหน้าในทุกๆด้าน 
๔.๔ สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความสมดุลและเป็นธรรมในทางเศรษฐกิจและสังคม
๔.๕ สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไปในแนวทางเดียวกัน
๔.๖ สนับสนุนและส่งเสริมความสามัคคี ภราดรภาพ และกิจกรรมในหมู่สมาชิก
๔.๗ ประสานงานกับเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทยให้เกิดพลังในทางสร้างสรรค์ร่วมกัน
๔.๘ ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด


หมวดที่ ๒
สมาชิก

ข้อ ๕.   สมาชิกสมาคม มี ๓ ประเภท คือ 

๕.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่ 

๕.๑.๑ บุคคลธรรมดาที่เป็นสมาชิกขององค์กรหรือนิติบุคล  หรือผู้บริหารขององค์กร  หรือผู้บริหาร
                ของนิติบุคคล 
๕.๑.๒ นิติบุคคลสัญชาติไทย ที่ทำหน้าที่หรือมีนโยบายบริหารจัดการเกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์                      งานศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทย
๕.๒ สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลทั่วไป รวมทั้งนิสิตนักศึกษาที่มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมของ                 สมาคม

๕.๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะแก่สมาคม ซึ่งคณะ           กรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๖.   สมาชิกหรือตัวแทนของนิติบุคคลที่เป็นสมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
๖.๒ เป็นผู้มีภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย
๖.๓ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๖.๔ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
        ๖.๕ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือน                 ไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำ                   พิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือใน                   ระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๗.  ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
๗.๑ สมาชิกสามัญประเภทบุคคลธรรมดา
๗.๑.๑ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก                                        ๑๐๐     บาท
๗.๑.๒ จะต้องเสียค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปีๆ ละ                      ๕๐๐    บาท 
๗.๑.๓ หรือค่าบำรุงตลอดชีพ                        ๒,๕๐๐    บาท
๗.๒ สมาชิกสามัญประเภทนิติบุคคล
๗.๒.๑ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก                ..........๑๐๐......บาท
๗.๒.๒. จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ               ........๒,๕๐๐.....บาท
๗.๓ สมาชิกวิสามัญ
๗.๓.๑ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก        ...........๑๐๐......บาท
๗.๓.๒ จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ                   ...........๓๐๐......บาท
๗.๔ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและคำบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ ๘. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัคร           ตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทำการรับรองการเข้าเป็น             สมาชิก

ข้อ ๙. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนแก่           สมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครนั้น           ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่า         ลงทะเบียนภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๑๐.สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะ                  กรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

ข้อ ๑๑.สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
๑๑.๑ ตายหรือสาปสูญตามคำสั่งศาล
๑๑.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณา                 อนุมัติ 
๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก

๑๑.๔ คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความ           เสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๒.สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสามัญ
        ๑๒.๑. มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคม
        ๑๒.๒. มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
        ๑๒.๓. มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
        ๑๒.๔. มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
        ๑๒.๕. เลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิ   ออกเสียงลง                   มติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียง
        ๑๒.๖. มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
        ๑๒.๗. มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการ                   ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
        ๑๒.๘. มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
        ๑๒.๙. มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
        ๑๒.๑๐.มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
        ๑๒.๑๑.มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
        ๑๒.๑๒.มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ข้อ ๑๓. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกวิสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์
        ๑๓.๑. มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคม
        ๑๓.๒. มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
        ๑๓.๓. มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
        ๑๓.๔. มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
        ๑๓.๕. มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
        ๑๓.๖. มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
        ๑๓.๗. มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
        ๑๓.๘. มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
        ๑๓.๙. มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
        ๑๓.๑๐.มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย



หมวดที่ ๓
การดำเนินกิจการของสมาคม

ข้อ ๑๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย ๗ คน อย่าง             มากไม่เกิน ๑๕ คน คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุม             ใหญ่ของสมาคม และให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม ๑ คน           และอุปนายก ๓ คน สำหรับตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่             ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของสมาคม ตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่ง           ของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้

        ๑๔.๑ นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการ                 ติดต่อกับบุคคลภายนอก  และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุม                 ใหญ่ของสมาคม
๑๔.๒ อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการของสมาคมปฏิบัติตามหน้าที่                 ที่นายกสมาคมได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือ                   ไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่นายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่ง                 เป็นผู้กระทำการแทน
๑๔.๓ เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของ                     สมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำ                 หน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
๑๔.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย                   บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
๑๔.๕ นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิก                   ในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
๑๔.๖ กรรมการตำแหน่งอื่นๆ   ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น                   โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับ                   ได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง


ข้อ ๑๕คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ  ๔ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่                 ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว  แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน           จากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะ             กรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเรียบร้อยแล้ว    ก็ให้ทำการส่ง             และรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐             วัน  นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๖. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้ง                 สมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนกรรมการที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรง             ตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่าวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น    ในกรณีที่ระยะเวลาในการดำรง           ตำแหน่งแทนเหลืออยู่ไม่ถึง ๑๘๐ วัน คณะกรรมการอาจไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ดำรงตำแหน่งแทน           ก็ได้ 

ข้อ ๑๗คณะกรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
 
         ๑๗.๑. ตาย
         ๑๗.๒. ลาออก
         ๑๗.๓. ขาดการประชุมคณะกรรมการ ๓ ครั้งติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
         ๑๗.๔. ขาดจากสมาชิกภาพ

๑๗.๕.  ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๘กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะ            กรรมการและจะมีผลต่อเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๙. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
        ๑๙.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่                     ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
๑๙.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
๑๙.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรือ                             อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
๑๙.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
๑๙.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
        ๑๙.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ                     ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
        ๑๙.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
        ๑๙.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิก                     ทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่                 วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
        ๑๙.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรม                 ต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อ                         สมาชิกร้องขอ
        ๑๙.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับ                   ทราบ
        ๑๙.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๒๐.  คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ ๔ ครั้ง โดยจัดให้มีขึ้นทุกๆ ๓ เดือน ทั้งนี้เพื่อ                  ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ ๒๑.  การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการ                  ทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็น            อย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน  ให้ประธานในการ                ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๒.  ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่                  สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคน            ใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น


หมวดที่ ๔
การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๓การประชุมใหญ่ของสมาคม มี ๒ ประเภท

๒๓.๑ การประชุมใหญ่สามัญ
๒๓.๒ การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๔.  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือน เมษายน              ของทุกๆ ปี

ข้อ ๒๕.  การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้น             ด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก ไม่น้อยกว่า ๑ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด  หรือไม่น้อย               กว่าสามสิบคนร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๒๖.  การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบ             และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะ                 ต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่ 

ข้อ ๒๗. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

๒๗.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๗.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
๒๗.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๗.๔ แต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
๒๗.๕ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ ๒๘.  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วม                 ประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกทั้งหมด  หรือไม่น้อยกว่าสามสิบคน  จึงจะถือว่าครบ               องค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม 
        ๒๘.๑ ให้คณะกรรมการของสมาคม เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งโดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน                   ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้า                   ร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม 
๒๘.๒ ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ให้                 ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๙.  การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียง                 ข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุม               เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๓๐.  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่                 สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง               ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น


 
หมวดที่ ๕
การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๓๑.  การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามี             ให้นำฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ข้อ ๓๒.  การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทน             ลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ 

ข้อ ๓๓.  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท             ถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่าย               เงินได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้             รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ ๓๔.  ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)             ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๓๕.  เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับ                 หรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการ             แทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๓๖.  ผู้ตรวจสอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบ                 บัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๓๗.  ผู้ตรวจสอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะ                     กรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชี                 และทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ ๓๘. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ


หมวดที่ ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๓๙.  ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่               จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่               ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข้ข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของ             สมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ ๔๐.  การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุ                 ของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔                 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ             สมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ ๔๑.  เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระ             บัญชีเรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นขององค์กรที่พัฒนาศิลปวัฒนธรรมและวรรณกรรมไทยให้ไปใน                 แนวทางเดียวกัน  หรือองคืกรอื่นตามมติของที่ประชุมใหญ่  ทั้งนี้ต้องไม่ใช่องค์กรธุรกิจ 


หมวดที่ ๗
บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๒.  ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น                   นิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ ๔๓.  เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มก่อการ                 ทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน               เป็นต้นไป



                   (ลงชื่อ)………………………………………………………นายกสมาคม
             (ร.ต.สุเทพ  วงศ์กำแหง  ศิลปินแห่งชาติ)



                     (ลงชื่อ)....................................................................เลขาธิการ
                                            (นายสมพจน์ สิงห์สุวรรณ)         






More


Copyright (c) 2006 by Your Name


Powered by AIWEB